Make your own free website on Tripod.com

โครงการบวชเนกขัมมะเนื่องในวันอาสาฬหบูชา

๓๐ ก.ค. - ๑ ส.ค. ๒๕๔๗

๑. ชื่อโครงการ                โครงการบวชเนกขัมมะเนื่องในวันอาสาฬหบูชา
๒. ประธานโครงการ        พระโสภณรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดศรีรัตนาราม
รองประธานโครงการ       พระปลัดณัฐวิทย์ รตินธโร รองเจ้าอาวาสวัดศรีรัตนาราม
เลขานุการโครงการ         พระมหาสมเด็จ ฐานวุฑโฒ
๓. หลักการและเหตุผล
            วันอาสาฬหบูชา เป็นวันสำคัญในทางพระพุทธศาสนา คือเป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงพระสัทธรรมเทศนากัณฑ์แรก คือธัมมจักกัปปวัตนสูตร อันมีใจความให้ละเสียซึ่งที่สุดสองอย่าง คืออัตตกิลมถานุโยค (การประกอบตนให้ลำบากเปล่า) และกามสุขัลลิกานุโยค (การประกอบตนให้หมกมุ่นอยู่ในกามคุณ) และทรงแสดงสายกลางที่เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา เป็นทางสายเอก ซึ่งประกอบไปด้วยองค์ ๘ หรือเรียกว่า มรรค ๘
            ประการต่อมา วันอาสาฬหบูชา เป็นวันที่พระสงฆ์ได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นองค์แรก ได้แก่พระโกญทัญญะ ซึ่งเดิมเป็นพราหมณ์ผู้ทำนายพระลักษณะของพระพุทธเจ้าและเฝ้าติดตามอุปัฏฐาก หวังการตรัสรู้ตาม และก็ได้ดวงตาเห็นธรรมเพราะฟังธัมมจักกัปปวัตนสูตร เป็นเหตุให้พระพุทธเจ้าตรัสว่า วต โภ อัญญาโกญทัญโญ (ท่านผู้เจริญ โกญทัญญะได้รู้แล้วหนอ)
อีกประการหนึ่ง วันอาสาฬหบูชา เป็นวันที่พระรัตนตรัยครบองค์ หลังจากที่พระผู้มีพระภาคตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รัตนะได้เกิดขึ้นแล้ว ๒ ดวง คือพระพุทธ และพระธรรม วันแห่งการได้ดวงตาเห็นธรรมของพระอัญญาโกญทัญญะ จึงเป็นเหตุเกิดรัตนะที่ ๓ คือ สังฆรัตนะ อันเป็นเครื่องยืนยันการตรัสรู้จริงของพระพุทธองค์ มิเช่นนั้นจะขาดผู้ยืนยัน
ประการสุดท้าย วันนั้น เป็นวันเพ็ญ ขึ้น ๑๕ ค่ำ อาสาฬหมาส คือเพ็ญเดือน ๘ จึงนับเป็นมงคลสมัยยิ่ง สมกับที่เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง
            จึงควรที่บริษัท ๔ กล่าวคือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา จะได้ประกอบพิธีอันเป็นการรำลึกถึงพระจริยาวัตรอันงดงาม และพระคุณอันเอนกอนันต์ของพระพุทธองค์ ด้วยการบำเพ็ญจิตภาวนา ปฏิบัติพระกรรมฐาน อันเป็นมรดกที่พุทธบิดาอุตส่าห์ฝึกฝนสั่งสมมานับชาติไม่ถ้วน ทรงได้รับผลแห่งการปฏิบัติอันยอดเยี่ยมแล้ว ยินดีมอบมรดกคือแก่นธรรมนี้ไว้ให้แก่พุทธเวไนยสัตว์ทั่วทุกคน เพื่อจะรื้อถอนเสียซึ่งอุปกิเลสอันเศร้าหมองที่จรมา
            ด้วยประการดังกล่าวมานี้ วัดศรีรัตนาราม (จูงนาง) ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่าได้บวชเนกขัมมะ (ชี-พราหมณ์) เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ในวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ถึง ๑ สิงหาคม ๒๕๔๗ นี้

๔. วัตถุประสงค์ของการบวชเนกขัมมะ
        - เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ปฏิบัติธรรมเป็นพุทธบูชา
        - เพื่อเผยแพร่พุทธธรรมคำสั่งสอน
๕. เป้าหมาย
        - พุทธศาสนิกชนทั่วไป ไม่จำกัดอายุ และเพศ
๖. สถานที่ดำเนินโครงการ
        - สถานที่บำเพ็ญเพียร และที่พักของเนกขัมมะชาย ศาลาการเปรียญ
        - สถานที่พักของเนกขัมมจาริณี ศาลารับรอง ธมมกาโม
๗. การดำเนินการก่อนถึงวันงาน
        - ประชุมเพื่อเสนอโครงการ
        - แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการฝ่ายต่าง ๆ
        - ประชาสัมพันธ์งานทั้งป้ายประชาสัมพันธ์ และทางวิทยุ
๘. ระยะเวลาดำเนินการ
        - ระยะเวลาเตรียมการ เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๐ กรกฎาคม ถึง วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๔๗
        - ระยะเวลาดำเนินการ เริ่มตั้งแต่วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ถึง วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๗
๙. งบประมาณรายจ่าย
        - ติดต่อประสานงาน                 ๑,๐๐๐ บาท
        - ถวายพระวิทยากร                 ๒,๐๐๐ บาท
        - เอกสารประชาสัมพันธ์, ป้าย   ๑,๐๐๐ บาท
        - เอกสารประกอบการอบรม     ๑,๐๐๐ บาท
        - เสริมอาหาร                          ๑,๐๐๐ บาท
        - เสริมน้ำปานะ                        ๑,๐๐๐ บาท
    รวมงบประมาณค่าใช้จ่ายทั้งหมด     ๗,๐๐๐ บาท
๑๐. งบประมาณดำเนินการ
        - จากเงินงบประมาณการเผยแพร่ธรรมะของสามเณรภาคฤดูร้อน
        - จากผู้ร่วมบริจาค ศรัทธาสาธุชนทั่วไป
๑๑. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
        - พุทธศาสนิกชนจะได้ปฏิบัติธรรมเป็นพุทธบูชา
        - พุทธศาสนิกชนจะมีความซาบซึ้งในพุทธธรรมคำสอน
๑๒. การติดต่อสมัครบวชเนกขัมมะ
        - ติดต่อได้ที่วัดศรีรัตนาราม (จูงนาง) ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก
        - ติดต่อได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๙.๐๐ น.
๑๓. ติดต่อประสานงาน รับใบสมัคร
        - พระโสภณรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดศรีรัตนาราม ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก
        - พระปลัดณัฐวิทย์ รตินธโร รองเจ้าอาวาสวัดศรีรัตนาราม โทร. (๐๕๕) ๒๖๑๖๒๘, ๐๑-๖๐๕๖๖๑๙
        - พระมหาสมเด็จ ฐานวุฑโฒ เลขานุการโครงการ โทร. ๐๑-๓๒๔๓๘๑๓